top
logo

ข้อบังคับชมรมเกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย
ข้อบังคับ
ของ
ชมรมเกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย



หมวดที่ 1
ความทั่วไป

ข้อ 1. ชมรมนี้มีชื่อว่า “ชมรมเกษตรอินทรีย์แห่งประเทศ หรือชื่อย่อว่า “ช.ก.อ.ท.” ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกชื่อสั้น ๆว่า “ ชมรม” เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “ORGANIC AGRICULTURE ASSOCIATION OF THAILAND” หรือชื่อย่อว่า “OAT”

 

ข้อ 2. เครื่องหมายของชมรมมีลักษณะเป็นรูปอยู่ในกรอบวงกลมด้านบนมีภาษาไทยว่า ชมรมเกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย ด้านล่างเป็นคำภาษาอังกฤษว่า ORGANIC AGRICULTURE

ASSOCIATION OF THAILAND รูปของเครื่องหมายชมรมเป็นดังนี้


ข้อ 3. สำนักงานของชมรม ตั้งอยู่ที่ กรมส่งเสริมการเกษตร (อาคารหลังที่ 1) ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทรศัพท์ 0-2940-6043,โทรสาร 0-2940-6067

ข้อ 4. วัตถุประสงค์ของชมรมเพื่อ
4.1 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการร่วมมือและประสานงานระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภค องค์กรของรัฐ เอกชน และองค์กรชุมชนที่เกี่ยวข้องกับเกษตรอินทรีย์ทั้งในและต่างประเทศ
4.2 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวม แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรอินทรีย์ทั้งในและต่างประเทศ และเผยแพร่แก่สมาชิกและผู้สนใจทั่วไป
4.3 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการวิจัยและพัฒนางานด้านเกษตรอินทรีย์ให้แพร่หลายและกว้างขวางยิ่งขึ้น
4.4 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการรณรงค์การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ได้มาตรฐาน และมีการตรวจสอบรับรองคุณภาพที่ถูกต้อง
4.5 เพื่อขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐและองค์กรควบคุมคลื่นความถี่วิทยุและ โทรทัศน์ในด้านคลื่นความถี่วิทยุ และโทรทัศน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้ตลอดจนประชาสัมพันธ์งานด้านเกษตรอินทรีย์

 

หมวดที่ 2
สมาชิก


ข้อ 5. สมาชิกของชมรมมี 3 ประเภท คือ
5.1  สมาชิกสามัญ ได้แก่ เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้จำหน่ายและผู้บริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์           นักวิชาการหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องและผู้ที่สนใจสินค้าเกษตรอินทรีย์ ตลอดจนองค์กรต่าง ๆโดยแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
5.1.1 สมาชิกสามัญรายปี
5.1.2 สมาชิกสามัญตลอดชีพ
5.2  สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการะคุณแก่ชมรม ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของชมรม
5.3  สมาชิกสมทบ ได้แก่ เยาวชนผู้สนใจทำเกษตรอินทรีย์

ข้อ 6. สมาชิกจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
6.1  เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว ยกเว้น สมาชิกตามข้อ 5.3
6.2  เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
6.3  ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
6.4  ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือน ไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษการต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด ในกรณีดังกล่าวจะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของชมรมเท่านั้น

 

ข้อ 7. ค่าเป็นสมาชิก
7.1  สมาชิกสามัญ
7.1.1 สมาชิกสามัญรายปี จะต้องเสียค่าเป็นสมาชิกปีละ 200 บาท
7.1.2 สมาชิกตลอดชีพ จะต้องเสียค่าสมัครสมาชิกครั้งเดียว 1,000 บาท
7.2  สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องเสียค่าสมาชิก
7.3  สมาชิกสมทบ จะต้องเสียค่าเป็นสมาชิกปีละ 100 บาท

ข้อ 8. การ สมัครเข้าเป็นสมาชิก ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรม ให้ยื่นใบสมัครตามแบบของชมรมต่อนายทะเบียนสมาชิก หรือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการ

ข้อ 9. สมาชิกสามัญ และสมาชิกสมทบ จะได้สมาชิกภาพต่อเมื่อได้ชำระเงินต่อชมรมแล้ว

ข้อ 10. สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้
10.1 ตาย
10.2 ลาออกโดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการและคณะกรรมการได้ พิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่เป็นที่เรียบร้อย
10.3 ขาดคุณสมบัติสมาชิก ตามข้อ 6
10.4 ที่ประชุมใหญ่ของชมรม หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้พ้นการเป็นสมาชิกเพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤติทำความเสื่อมเสียมาสู่ชมรม
10.5 การขาดส่งค่าเป็นสมาชิกต่อชมรม

ข้อ 11. สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
11.1 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของชมรมต่อคณะกรรมการชมรมและที่ประชุมใหญ่
11.2 มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่ชมรมได้จัดให้มีขึ้น
11.3 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของชมรม
11.4 สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการและมีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุม ได้คนละ 1 คะแนนเสียง
11.5 มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของชมรม
11.6 มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1 ใน 5 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 100 คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
11.7 มีสิทธิในการใช้และประดับตราของชมรม
11.8 มีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของชมรมโดยเคร่งครัด
11.9 มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมเกียรติที่เป็นสมาชิกของชมรม
11.10 มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของชมรม
11.11 มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่ชมรมได้จัดให้มีขึ้น
11.12 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของชมรมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

หมวดที่ 3
การดำเนินกิจการของชมรม


ข้อ 12. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของชมรม มีจำนวนไม่น้อยกว่า 9 คน อย่างมากไม่เกิน 31 คน โดยให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติเลือกตั้งประธานชมรม และให้ประธานชมรมคัดเลือกสมาชิกเพื่อทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการในตำแหน่งต่าง ๆ ของชมรม ตามที่ได้กำหนดไว้ซึ่งตำแหน่งของกรรมการมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังต่อ ไปนี้
12.1 ประธานชมรม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของชมรม เป็นผู้แทนชมรมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการและการประชุมของชมรม
12.2 รอง ประธานชมรม ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยประธานชมรมในการบริหารกิจการของชมรม ตามประเภทกิจกรรมต่าง ๆเช่น บริหาร ผลิต ตลาด วิชาการ ต่างประเทศ และอื่น ๆตามความจำเป็นตลอดจนปฏิบัติตามหน้าที่ที่ประธานชมรมได้มอบหมายและทำหน้าที่ แทนประธานชมรมเมื่อประธานชมรมไม่อยู่หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนประธานชมรมให้รองประธานชมรมตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำ แทน
12.3 เลขาธิการ ทำหน้าที่ที่เกี่ยวกับงานธุรการของชมรมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของชมรมในการปฏิบัติกิจการของชมรม และปฏิบัติตามคำสั่งของประธานชมรม หรือรองประธานที่รักษาการแทน ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆ ของชมรม
12.4 เหรัญญิก ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของชมรม เป็นผู้จัดทำบัญชี รายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุล ของชมรม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ของชมรม ไว้เพื่อตรวจสอบ
12.5 ปฏิคม มีหน้าที่ในการต้อนรับแขกของชมรม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของชมรม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆ ของชมรม
12.6 นายทะเบียนสมาชิก มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของชมรมประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าเป็นสมาชิกชมรม
12.7 ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของชมรม ให้สมาชิกและบุคคลโดยทั่วไป ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
12.8 กรรมการตำแหน่งอื่นๆ รวมทั้งกรรมการประสานเครือข่ายพื้นที่ตามความเหมาะสม ซึ่งประธานกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้นโดยจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่ง กรรมการข้างต้น จะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าประธานกรรมการมิได้กำหนดไว้ กรรมการตำแหน่งอื่น ๆก็ให้ถือว่าเป็นกรรมการกลาง
ข้อ 13. คณะกรรมการของชมรมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดวาระรักษาการไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง กรรมการชุดใหม่เสร็จสิ้นลง ทั้งนี้จะต้องไม่เกิน 90 วันหลังจากครบวาระแล้ว

ข้อ 14. ประธานชมรมจะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัยติดต่อกัน

ข้อ 15. ตำแหน่งกรรมการของชมรม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดวาระ ก็ให้ประธานกรรมการพิจารณาแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้า ดำรงตำแหน่งที่ว่างนั้น

ข้อ 16. ประธานชมรมและรองประธานกับกรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ
16.1 ตาย
16.2 ลาออก
16.3 ขาดสมาชิกภาพ
16.4 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากทำให้หน่วยงานได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียง ความประพฤติไม่เรียบร้อย ทุจริตเกี่ยวกับเงินและทรัพย์สิน
16.5 ได้รับการเจ็บป่วยและไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เกิน 6 เดือน
16.6 ขาดประชุมเกิน 3 ครั้ง โดยไม่ชี้แจงเหตุผล
16.7 คณะกรรมการที่เคยถูกออกตามข้อ 16.4 ห้ามมิให้มาสมัครเลือกตั้งเป็นกรรมการใหม่

ข้อ 17.กรรมการ ที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ ประธานกรรมการและให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อประธานกรรมการมีมติให้ออก

ข้อ 18.อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
18.1 มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติโดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
18.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของชมรม
18.3 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่ง ตั้ง
18.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
18.5 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
18.6 มีอำนาจบริหารกิจการของชมรม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนอำนาจอื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
18.7 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของชมรม
18.8 มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวน 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดได้เข้าชื่อร้องขอให้ประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
18.9 มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ของชมรมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
18.10 จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของชมรมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
18.11 มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้
18.12 มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการเรื่องการเงิน และทรัพย์สินของชมรม
18.13 มีหน้าที่จัดทำแผนงาน โครงการงบประมาณและประเมินผลโครงการ

ข้อ 19. คณะกรรมการจะต้องประชุมกันปีละไม่น้อยกว่า 6 ครั้ง

ข้อ 20. การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะ ถือว่าครบองค์ประชุมของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 21. ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานชมรมและรองประธานชมรมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่ประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมในคราวนั้น

หมวดที่ 4
การประชุมใหญ่


ข้อ 22. การประชุมใหญ่ของชมรมมี 2 ชนิด คือ
22.1 การประชุมใหญ่สามัญ
22.2 การประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 23. คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆ ละ 1 ครั้ง

ข้อ 24. การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกสามัญทั้งหมดโดยทำหนังสือร้องขอ ต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น

ข้อ 25. การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุ วัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของชมรมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่

ข้อ 26. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
26.1 รับรองรายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมา
26.2 แถลงกิจการในรอบปีที่ผ่านมา
26.3 แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกทราบ
26.4 เลือกตั้งประธานกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ
26.5 ให้ความเห็นชอบแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทน
26.6 พิจารณาอนุมัติงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการในปีต่อไป
26.7 เรื่องอื่นๆ ถ้ามี

ข้อ 27. การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด


ข้อ 28. ในการประชุมใหญ่ของชมรม ถ้าประธานชมรมและรองประธานไม่มาร่วมประชุมหรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้คณะกรรมการทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

ข้อ 29. องค์ประชุมของการประชุมใหญ่สามัญต้องประกอบด้วยสมาชิกไม่น้อยกว่า  60 คน  ในกรณีที่ไม่ครบองค์ประชุมให้เรียกประชุมใหม่ภายใน  30 วัน  การประชุมครั้งนี้สมาชิกจะมาเท่าใดไม่จำกัดให้ถือเป็นองค์ประชุมได้

หมวดที่ 5
การเงินและทรัพย์สิน


ข้อ 30. การเงินและทรัพย์สิน ทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการผู้ที่ได้รับแต่งตั้ง เงินสดของชมรมถ้ามีให้นำฝากไว้ในธนาคารหรือสหกรณ์ออมทรัพย์โดยมติการประชุม ของคณะกรรมการชมรม

ข้อ 31. การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของชมรม หรือหลักฐานทางการเงินอื่นใดจะต้องมีลายมือชื่อของประธานชมรม หรือผู้ทำการแทน ลงนามร่วมกับเหรัญญิกหรือเลขาธิการ พร้อมกับประทับตราของชมรมจึงจะถือว่าใช้ได้

ข้อ 32. ให้ประธานชมรม มีอำนาจสั่งจ่ายเงินของชมรมได้ครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ

ข้อ 33.
ให้เหรัญญิก มีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของชมรมได้ไม่เกิน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้จะต้องฝากธนาคารหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ในบัญชีของชมรมทันที ที่โอกาสอำนวยให้

ข้อ 34. เหรัญญิก จะต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือการจ่ายเงินทุกครั้งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ ประธานชมรมหรือเลขาธิการร่วมกับเหรัญญิก หรือผู้ทำการแทน พร้อมกับประทับตราของชมรมทุกครั้ง

ข้อ 35. ผู้ตรวจสอบบัญชี จะต้องเป็นผู้ตรวจสอบที่ได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมใหญ่

ข้อ 36. ผู้ ตรวจสอบบัญชีมีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงิน และทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถจะเชิญกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของชมรม เพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของชมรมได้

ข้อ 37.
คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้ตรวจสอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

หมวดที่ 6
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกชมรม


ข้อ 38. ข้อบังคับของชมรมจะ เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด มติที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับจะต้องมีคะแนนเสียงไม่ น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

ข้อ 39. การเลิกชมรมจะเลิกได้ก็โดยมติที่ประชุมใหญ่ของชมรม

ข้อ 40. เมื่อ ชมรมต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ทรัพย์สินของชมรมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นขององค์กรการกุศลตามมติที่ประชุมใหญ่

ข้อ 41. ข้อบังคับฉบับนี้ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2544 เป็นต้นไป

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%



รายชื่อคณะกรรมการผู้จัดทำข้อบังคับ “ชมรมเกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย”
1.
ดร. ยุกติ สาริกะภูติ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปรึกษา
2. นายชนวน รัตนวราหะ
อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานกรรมการ
3. รศ. ธวัช ลวะเปารยะ บริษัท กำแพงแสน คอมเมอร์เชียล จำกัด กรรมการ
4. นางอุไรวรรณ จูมดอก หจก.ภูมิพัฒน์ แลนด์สเคป
กรรมการ
5. นายปรัชญา ธัญญาดี วิทยากรการเกษตร สถานีวิทยุ FM. 97 
กรรมการ
6. นางสาวจุลณีย์ วันพุทชา บริษัท ปุ๋ยอินทรีย์สมุนไพร จำกัด 
กรรมการ
7. นายมงคล จันทร์เพ็ญ ที่ปรึกษาโครงการก๊าซชีวภาพ  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กรรมการ
8. นายปริญญา พรศิริชัยวัฒนา รังสิตฟาร์ม  จ.ปทุมธานี กรรมการ
9. นายโรจน์ บุรุษรัตนพันธุ์ บริษัท ริเวอร์แควอินเตอร์เนชั่นแนล อุตสาหกรรมอาหาร จำกัด กรรมการ
10. 
นายทองขาว แก้วคีรี
บริษัทปุ๋ยหมักแผ่นดินทอง กรรมการ
11. นายทิพย์ อัจจิมากร
ฟาร์มห้วยทราย  จ.เชียงใหม่ 
กรรมการ
12. นางชูทิพย์ ชนะเสนีย์ ข้าราชการบำนาญกรมส่งเสริมการเกษตร กรรมการ
13. นายอนันต์ ผ่องใส ผู้นำกองคาราวานสีสันชีวิตไทย จ.กาญจนบุรี กรรมการ
14. นายอนุศิษฏ์ ธำรงรัตนศิลป์
ประธานชมรมเกษตรธรรมชาติไทย  จ.สระแก้ว   
กรรมการ
15. ดร.อนุสรณ์ กุศลวงศ์ กรมวิชาการเกษตร 
กรรมการ
16. นายทรงชัย วิมลภัตรานนท์ ชมรมเกษตรธรรมชาติไทย กรรมการ
17. นายมานะ จึงตระกูล บริษัท ริเวอร์แควอินเตอร์เนชั่นแนล อุตสาหกรรมอาหาร จำกัด กรรมการ
18. นายเกรียงกมล ขอสุข   
บริษัทไบโอเทค อินเตอร์เทรด จำกัด กรรมการ
19. ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์ บ้านสุขภาพ จ.ระยอง
กรรมการ
20. พระพลศักดิ์ จันทสาโร  
ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ จ.แม่ฮ่องสอน
กรรมการ
21. พระอธิการนพดล สิริวุฑฒโณ มูลนิธิธรรมะเพื่อชีวิต จ.เชียงใหม่  
กรรมการ
22. นายวีรพันธ์ พรหมมนตรี
มูลนิธิพัฒนาการเกษตร
กรรมการ
23. นายสำรวล ดอกไม้หอม
กรมส่งเสริมการเกษตร
กรรมการ
24. นายทวีลาภ ชมะนันทน์
มูลนิธิกุศลศิลป์ 
กรรมการ
25. นายสถิตย์พล นาคประพันธ์ บริษัทอะเซ็ทไทล์(2000) จำกัด กรรมการ
26. นายสุพจน์ ชัยวิมล
กรมส่งเสริมการเกษตร    
เลขาธิการ



“เกษตรอินทรีย์เพื่อชีวิตที่ดีของมนุษยชาติ”

“BETTER LIFE FOR ALL”
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

Ulti Clocks content

bottom

Copyright © 2009 Organic Agriculture Association of Thailand (OAT). Joomla! is Free Software released under the GNU/GPL License.