|
สถานการณ์ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ (Organic Food) ในประเทศแคนาดา
1. ความต้องการบริโภคสินค้า Organic ในประเทศแคนาดา 1.1 การเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ต่อสินค้า organic ปัจจุบันนี้ตลาดสินค้า Organic ในประเทศแคนาดาได้เติบโตอย่างรวดเร็วโดยมีมูลค่าตลาด ระหว่าง 300-750 ล้านเหรียญแคนาดา (คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1 ของมูลค่าสินค้าอาหารขายปลีกทั้งสิ้นในท้องตลาด) และมีอัตราการเติบโตของสินค้า Organic มากกว่าร้อยละ 15 ต่อปี ซึ่งประเทศแคนาดานำเข้าสินค้าประเภทนี้มากกว่าร้อยละ 80 เพื่อรองรับความต้องการผู้บริโภคในประเทศ ซึ่งความหมายสินค้า organic ได้แก่ อาหารซึ่งปราศจากการใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง การฉายรังสี และมิใช่จากการตัดต่อทางพันธุกรรมด้วย ประมาณการว่าจำนวนผู้บริโภคสินค้า Organic ในปัจจุบันมีอยู่ประมาณร้อยละ 20 ของประชากรทั้งสิ้น ในขณะที่ ร้อยละ 30 ของประชากร ไม่เคยซื้อสินค้า organic เลย 1.2 ข้อสังเกตผู้บริโภคสินค้า organic ของแคนาดา ร้อยละ 60 เป็นเพศหญิง กลุ่มผู้ที่เกิดในช่วง Baby boomer (อายุระหว่าง 33-55 ปี) และคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 25-34 ปี ที่สนใจด้านสุขภาพ มีความเกี่ยวเนื่องโดยตรงระหว่างผู้มีระดับการศึกษาสูงกับปริมาณการบริโภคสินค้า Organic ผู้บริโภคสินค้า organic อาจแบ่งตามเขตที่อยู่อาศัยได้แก่ มลฑล British Columbia (ร้อยละ 30), มลฑลAlberta (ร้อยละ 12) และมลฑล Saskatchewan (ร้อยละ 7) 1.3 ปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้า Organic ได้แก่ การให้ความสำคัญกับ สมาชิกครอบครัวที่เป็นเด็ก , ผู้ที่แพ้อาหารบางชนิด และการเอาใจใส่ด้านสุขภาพของผู้บริโภค ซึ่งประชากรชาวแคนาดากว่าร้อยละ 75 จะให้ความสำคัญของอาหารที่บริโภค โดยประชากรกว่าร้อยละ 65 เชื่อว่าสินค้า Organic มีความปลอดภัยกว่าสินค้าทั่วไป และประชากรกว่าร้อยละ 68 ยินดีที่จะจ่ายค่าสินค้า Organic ที่แพงกว่าสินค้าทั่วไป ประมาณร้อยละ 10 1.4 ช่องทางการตลาดสินค้า อาหาร organic ผู้บริโภคจะหาซื้อสินค้า Organic จากแหล่งจำหน่ายต่างๆ ได้แก่ • ห้างไฮเปอร์มาร์เก็ต และซุบเปอร์มาร์เก็ต (ร้อยละ 50) อาทิ Loblaws Safeway • ร้านขายสินค้า Organic โดยเฉพาะ (ร้อยละ48) ซึ่งประกอบด้วย ร้านค้าที่จำหน่ายสินค้า Organic โดยตรง อาทิ Whole Foods Capers และ Choices และผู้จำหน่ายผ่านทาง อินเตอร์เน็ต (online organic store) อาทิ www.eatit.ca เป็นต้น • ซื้อโดยตรงจากตลาดเกษตรกร (ร้อยละ 3) ด้วยจำนวนผู้บริโภคสินค้า organic ที่เพิ่มขึ้น ในปัจจุบันห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ได้เริ่มที่จะ จัดวางสินค้า Organic บนชั้นจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น ตลอดทั้ง ร้านขายสินค้า Organic โดยเฉพาะก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นอีกด้วย

2. การผลิต-การส่งออก สินค้าอาหาร Organic ของแคนาดา การผลิต แคนาดาจัดว่าเป็นผู้ผลิต ธัญญพืช และเมล็ดน้ำมัน รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูป Organic รายสำคัญ 5 อันดับแรก ของโลก หน่วยงานด้านเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหารแคนาดาได้รายงานข้อมูลการผลิตสินค้า Organic จากผู้ผลิตที่ได้รับการรับรอง ( certified organic farm )ว่ามีมูลค่าในตลาดขายปลีกประมาณ 986 ล้านเหรียญแคนาดาในปี พ.ศ.2547 อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตสินค้า Organic ภายในประเทศแคนาดายังไม่เพียงพอกับความต้องการสินค้า ดังนั้นจึงต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 70-80 ของผลผลิตทั้งสิ้น โดยได้นำเข้าสินค้า Organic จากประเทศสหรัฐอเมริกา ประมาณ ร้อยละ 85 ของการนำเข้าจากทั่วโลก ซึ่งสินค้านำเข้า ได้แก่ ผักบร็อคโคลี่ มะเขือเทศ ผักสลัด สปิแนชท์ ส้ม ลูกแพร์ เป็นต้น การส่งออก แม้แคนาดาจะผลิตสินค้าอาหาร organic ได้ไม่เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ แต่แคนาดา ก็เป็นผู้ส่งออกสินค้า organic คุณภาพดี ไปต่างประเทศด้วย โดยตลาดส่งออกสำคัญได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น
3. ภาคธุรกิจสินค้า Organic ที่สำคัญ ในประเทศแคนาดา 3.1 ภาคการผลิต –ในประเทศแคนาดามีจำนวนฟาร์ม Organic ประมาณร้อยละ 5 ของฟาร์มทั้งหมด โดย ขนาดฟาร์มส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็ก ซึ่งมีพื้นที่น้อยกว่า 5 เอเคอร์ ผลผลิตเพื่อการค้าจากฟาร์ม organic คิดเป็นผลไม้ประมาณ ร้อยละ 1.9 และ ผักประมาณ ร้อยละ 1.6 ทั้งนี้ ผักจะปลูกในบริเวณที่อยู่ระหว่างการเตรียมพื้นที่เพาะปลูกให้เห็น Organic ( “ transition period ”) ซึ่งระยะเวลาที่จะเป็นฟาร์ม Organic โดยสมบูรณ์นับตั้งแต่การเตรียมดิน การเลิกใช้ยาฆ่าแมลง การกำจัดวัชพืช ที่เป็นสารเคมี จะมีระยะเวลาระหว่าง 5-10 ปี จึงจะได้รับการรับรองว่าเป็น organic ฟาร์มโดยสมบูรณ์

3.2 อาหารแปรรูป ได้แก่ สินค้าแปรรูปแช่แข็ง, อาหารเช้า, เนื้อสัตว์ / อาหารทะเลที่ผ่านการแปรรูป, อาหาร ปรุงแต่ง, เมล็ดธัญพืช, ขนมปัง, อาหารประเภทอบ , พาสต้า และข้าว, เครื่องดื่ม, อาหารว่าง และอาหารสำหรับเด็ก ทั้งนี้กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร Organic ของแคนาดา มักเป็นการนำวัตถุดิบนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาและประเทศื่นมาผลิตในประเทศ ซึ่งเป็นภาคการผลิตที่ไม่ใหญ่นักแต่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามกระแสนิยมที่ผู้บริโภคมีต่อสินค้า organic ดังกล่าวในตลาดค้าปลีก 3.3 เนื้อสัตว์ ต้องเป็นเนื้อที่มาจากสัตว์ที่ปราศจากการใช้ยาปฏิชีวนะ และสารเร่งการเจริญเติบโต ซึ่งข้อ กังวลต่อสินค้าเนื้อสัตว์ ได้เริ่มขึ้นนับตั้งแต่มีการระบาดของโรควัวบ้า และโรคเท้าเปื่อยปากเปื่อยของสัตว์เป็นต้นมา ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจเนื้อวัวประเภท Organic ได้รับความนิยมและเติบโตอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบัน มีฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ( certified organic beef herds) อยู่ประมาณ 49 แห่งทั่วประเทศแคนาดาซึ่งมีกำลังการผลิตเพียงพอเฉพาะเพื่อการบริโภคภายในประเทศเท่านั้น ยังไม่สามารถผลิตเพื่อการส่งออกได้ อย่างไรก็ตามภาคธุรกิจได้มีการวางแผนขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศและตลาดสากลต่อไป 3.4 เมล็ดธัญพืช/ ผลิตภัณฑ์ธัญพืช สินค้าประเภทธัญพืช organic ในประเทศแคนาดามีทั้งที่ผ่านการแปรรูป และที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป ซึ่งได้แก่ ข้าวสาลี, ข้าวบาร์เล่ย์, ข้าวโอ๊ต, ไรย์, บั๊ควีด, คาร์โนล่า, ข้าวโพด, เมล็ดแฟล็กซ์ และถั่วเหลือง ซึ่งสินค้าดังกล่าวจะใช้ในอุตสาหกรรมฟาร์ม Organic ซึ่งในปี พ.ศ.2547 ข้าวสาลี ถือเป็นธัญพืชส่งออกในหมวดสินค้า Organic ที่มีมูลค่าสูงสุดของแคนาดา (ส่งออก 14 ล้านเหรียญแคนาดา) โดยส่งออกไปยังทวีปยุโรปร้อยละ 50, ประเทศญี่ปุ่นร้อยละ 25 และประเทศสหรัฐอเมริการ้อยละ 25 3.5 ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ได้แก่ นม, เนยแข็ง และอื่นๆ ในปัจจุบันนี้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมประเภท Organic เป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศแคนาดา ส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์นม organic จะเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศเนื่องจากข้อจำกัดด้านคุณภาพและความสดของผลิตภัณฑ์ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อุปสงค์ต่อสินค้าorganic ประเภทนมได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อกำหนดที่เข้มงวดด้านการค้า สำหรับการนำเข้าผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ จึงเป็นการยากสำหรับผู้ส่งออกจากต่างประเทศ รวมทั้งผู้ส่งออกจากสหรัฐอเมริกาในการส่งผลิตภัณฑ์นี้ไปยังประเทศแคนาดา 3.6 สัตว์ปีก และไข่ อุปสงค์ต่อสัตว์ปีกและไข่ Organic ในประเทศแคนาดามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ สำหรับสัตว์ปีกที่เลี้ยงด้วยวิธีปล่อยให้วิ่งได้อิสระ(ไม่ขังกรง) และไข่ ซึ่งมีมูลค่าประมาณ ร้อยละ 10 ของตลาดสัตว์ปีกและไข่โดยรวมของมณฑลบริทิชโคลัมเบีย (โดยไข่ organic มีมูลค่า 1 ใน 10 ) ด้วยนโยบายของรัฐในการควบคุมประมาณการผลิตเพื่อรักษาระดับราคาสินค้า คณะกรรมการตลาดระดับจังหวัด ( The provincial egg and poultry marketing boards) ได้กำหนดโควต้าการเลี้ยงสัตว์ปีก ดังนั้นผู้บริโภคจึงหาสินค้าสัตว์ปีกได้ในร้านจำหน่ายสินค้า Organic โดยเฉพาะหรือจากผู้ผลิตโดยตรงเท่านั้น สำหรับตลาดไข่ Organic ก็กำลังได้รับความนิยมจึงหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายผักผลไม้สดทั่วไป ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1970 รัฐบาลแคนาดา ได้ให้ความคุ้มครองตลาดสินค้าสัตว์ปลีกและไข่ภายในประเทศ โดยการจำกัดโควต้าการนำเข้าไก่ ไก่งวง ไข่ ผลิตภัณฑ์ไข่ และไข่ที่นำมาฟักเป็นลูกไก่ จากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ภายหลังข้อกำหนดขององค์การการค้าโลก สำหรับตลาดสินค้าเกษตร ตั้งแต่ปี 1995 แคนาดา จึงได้กำหนดโควต้าอัตราภาษีนำเข้าสินค้าดังกล่าว ( tariff rate quotas : TQR ) และสินค้าสัตว์ปีกและไข่ ยังคงอยู่ในบัญชีควบคุมการนำเข้า ซึ่งผู้นำเข้าจะต้องขออนุญาตการนำเข้าต่อกระทรวงการต่างประเทศและการค้าของแคนาดา ทุกครั้งที่มีการนำเข้าสินค้าดังกล่าว การนำเข้าสินค้านอกจำนวนโควต้าสามารถกระทำได้ แต่ต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราที่สูง
4. มาตราฐานสินค้า Organic ในประทเศแคนาดา 4.1 กฎระเบียบ ข้อบังคับสำหรับสินค้า Organic นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2549 ทางรัฐบาลแคนาดาได้ออกระเบียบข้อบังคับสินค้า Organic เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคและป้องกันการปลอมแปลงแอบอ้างของสินค้าที่ไม่ใช่ organic โดยสินค้าที่ผ่านมาตราฐานการรับรองคุณภาพจะได้รับเครื่องหมายแสดงคุณภาพ (Logo) บนสินค้านั้น และนับแต่ ธันวาคม 2551 รัฐบาลแคนาดาจะบังคับให้สินค้า Organic ทุกชนิดต้องผ่านการรับรองคุณภาพตามมาตราฐานรับรองสำหรับการค้าระหว่างมณฑลในประเทศแคนาดาและการค้าระหว่างประเทศด้วย และภายหลัง เดือนธันวาคม 2551 เป็นต้นไป สินค้า Organic นำเข้าจากต่างประเทศจะต้องมีเอกสารรับรองสินค้าจากหน่วยงานผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องของประเทศผู้ส่งออก ว่าได้ผ่านคุณภาพตามกฎข้อบังคับและมาตรฐานสินค้า Organic ของแคนาดา ( National Standard for Organic Agriculture )

(เครื่องหมายรับรองสินค้า organic ของแคนาดา)
4.2 คณะกรรมการรับรองผลิตภัณฑ์ Organic ( Certification Boards ) เนื่องจากข้อบังคับสำหรับผลิตภัณฑ์ Organic จะมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ในเดือนธันวาคม พ.ศ.2551 ดังนั้นปัจจุบัน จึงยังไม่มีมาตรฐานสำหรับการติดฉลาดสินค้าที่เหมือนกันทั่วประเทศแคนาดา โดยแต่ละมณฑลจะมีหน่วยงานควบคุมและรับรองมาตรฐานของตนเอง โดยในหลายมณฑลได้ถือปฏิบัติตามข้อบังคับผลิตภัณฑ์ Organic ของ The National Standard for organic Agriculture ของประเทศแคนาดา ปัจจุบัน มีหน่วยงานระดับประเทศที่สำคัญ 2 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนามาตรฐานสินค้าและการออกใบรับรองคุณภาพสินค้าเกษตรอินทรีย์ ได้แก่ Canadian Organic Advisory Board (COAB) และ Canadian Organic Grower (CGO) โดยการปฏิบัติตาม The National Standard for Organic Agriculture ถือเป็นมาตรฐานโดยความสมัครใจ ซึ่งหน่วยงานที่ออกใบรับรองสินค้า organic จะถือปฏิบัติ แต่คณะกรรมการฯ อาจมีมาตรฐานเฉพาะและเครื่องหมายการค้า (Trademark ) ที่ปรากฏในฉลากสินค้าที่แตกต่างกันไป ด้วย สำหรับมณฑลบริติชโคลัมเบียและมณฑลควีเบคจะมีมาตราฐานการรับรองคุณภาพของตนเองซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ดังนี้ มณฑล British Columbia ( Board Certified Organic Associations of BC ) : เว็บไซต์www.certifiedorganic.bc.ca มณฑล Quebec ( Quebec Accreditation ) : เว็บไซต์ www.caqbio.org 4.3 กฎระเบียบข้อบังคับผลิตภัณฑ์ Organic อื่นๆ โดยส่วนใหญ่ข้อบังคับสำหรับผลิตภัณฑ์ Organic ยังคงใช้ กฏระเบียบ ข้อบังคับ เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ทั่วไป (non-organic) ได้แก่ กฏ ระเบียบ ดังต่อไปนี้ Food and Drug Act Canada Agriculture Products Act Meat Inspection Act Consumer Packaging and Labeling Act ( and Section 7) Plant Protection Act Health of Animal Act Administrative Monetary Penalties Act Seed Act Feed Act Fertilizers Act Canadian Food Inspection Act Plant Breeder’s Rights Act ทั้งนี้ข้อบังคับ Food and Drug Act Canada เป็นข้อบังคับหลักที่ใช้ควบคุมอาหารและยาที่ขาย ในประเทศแคนาดาเพื่อเป็นการคุ้มครองด้านสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค ไม่ให้ถูกหลอกลวงจากผู้ผลิต อย่างไรก็ตามสินค้า Organic ก็ถูกบังคับใช้เช่นกัน นอกจากกฎและข้อบังคับต่างๆแล้ว กระทรวงต่างประเทศแลการค้าระหว่างประเทศของแคนาดายังกำหนดโควต้าการนำเข้าสินค้าการเกษตร โดยต้องขอใบอนุญาต ภายใต้กฏระเบียบของ Export and Import Permits Act and Tariff Rate Quotas ( TRQs) ในกลุ่มประเภทสินค้าดังต่อไปนี้ ลูกเจี๊ยบ และ ไข่ไก่ เนื้อไก่งวง, เนื้อวัว, เนื้อลูกวัว เนยแข็ง และ เนย นม ครีม นมเปรี้ยว โยเกิรต์ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม เนยเทียม ซึ่งภายใต้ระบบโควต้าภาษีนำเข้าดังกล่าว การนำเข้าผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร จะเสียภาษีนำเข้าในอัตราต่ำหรือยกเว้น สำหรับปริมาณโควต้าที่กำหนด แต่ถ้าเกินปริมาณดังกล่าว จะต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราที่สูงมากซึ่งมีผลคล้ายกับการห้ามการนำเข้า

การโฆษณาและการติดฉลากผลิตภัณฑ์อาหาร เนื่องจากสินค้า Organic เป็นที่นิยมในปัจจุบันดังนั้นผู้ผลิตจึงต้องการที่จะให้สินค้าของตนเองมีเครื่องหมายแสดงคุณภาพสินค้า Organic หรือเครื่องหมาย/คำพูดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Organic เช่น “organic grown”, “organic produced”, “certified organic”, “biodynamic” เป็นต้น ทั้งนี้การติดฉลากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะต้องผ่านมาตราฐานจาก National Standard for Organic Agriculture หากสินค้าใดที่ไม่ผ่านมาตราฐานจะต้องถูกบทลงโทษตามบทบัญญัติข้อบังคับว่าด้วยอาหารและยาข้อ 5(1) และบทบัญญัติข้อบังคับว่าด้วยการบรรจุภัณฑ์และฉลากสินค้า ข้อ 7
หมายเหตุ ในความหมายของสินค้า Organic ไม่ได้หมายถึงสินค้าที่ปราศจากยาฆ่าแมลงอย่างสิ้นเชิง แต่เป็นการควบคุม/จำกัดการใช้ยาฆ่าแมลงจากสารเคมี ซึ่งอาจมีการใช้ยากำจัดศัตรูพืชจากสารตามธรรมชาติได้บ้าง และเนื่องจากในความเป็นจริงฟาร์ม Organic อาจได้รับผลกระทบจากการใช้สารเคมีจากฟาร์มใกล้เคียงกันได้ ข้อคิดเห็น สคต.แวนคูเวอร์
1. สินค้าเกษตรอินทรีย์ (organic food ) เป็นสินค้าอาหารที่มีอัตราการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่องในประเทศแคนาดา โดยมีการนำเข้ามากกว่าร้อยละ 80 ของปริมาณการบริโภคในประเทศทั้งหมด จึงเป็นโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศ ของสินค้าอาหารไทย ที่สามารถผลิตได้ตามข้อกำหนดของแคนาดา
2. จากอัตราการขยายตัวของผู้บริโภคชาวแคนาดา ซึ่งในปัจจุบันนักโภชนาการได้ให้ความเห็นว่า เป็นแนวโน้มของการบริโภคที่จะได้รับความนิยมมากขึ้น ประกอบกับแนวความคิดเรื่องการดำเนินวิถีชีวิตที่มุ่งให้ความสำคัญในการรักษาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของชาวแคนาดา สินค้าอาหาร Organic จัดเป็นหมวดที่มีศักยภาพสูงที่ผู้ส่งออกควรให้ความสนใจ
3. สินค้าอาหารOrganic จะต้องไม่มีการเพิ่มเติมสารอื่นๆ อาทิ สารกันเสียสังเคราะห์เพิ่มเติมลงไป ซึ่งจะทำให้สินค้าอาหารดังกล่าวไม่นับเป็นสินค้าอาหาร Organic ตามมาตรฐานในประเทศแคนาดา
4. รัฐบาลแคนาดามีกฏระเบียบในการผลิต และนำเข้าสินค้าอาหาร Organic จำนวนมาก และผู้ผลิตที่ต้องการ certification จากรัฐบาลแคนาดา จำเป็นต้องศึกษาและใช้เวลาในการปฏิบัติตาม แต่เมื่อสามารถปฏิบัติตามได้แล้ว จะมีโอกาสทางการค้าในประเทศแคนาดาสูงมาก
5. สคต. ฯ แวนคูเวอร์ ร่วมกับ สคต. โตรอนโตมีโครงการเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านกฏ ระเบียบด้านสินค้าอาหาร organic ของทางการแคนาดา ( Canadian Food Inspection Agency : CFIA)และผู้นำเข้าสินค้าอาหาร เดินทางไปให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการไทย ในช่วงงานแสดงสินค้าอาหาร Thaifex World of Food Asia 2008 (เดือนพฤษภาคม 2551) นี้ จึงเป็นโอกาสดีที่ผู้ส่งออกไทยจะได้รับทราบข้อมูล ซึ่งสามารถติดตามความคืบหน้าได้จากศูนย์ส่งเสริมส่งออกสินค้าอาหารและสุขภาพ และสถาบันฝึกอบรมการค้าระหว่างประเทศของกรมฯ ต่อไป
6. ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมเกี่ยวกับ organic food ของแคนาดา สามารถดูจาก website ดังนี้ 6.1) Organic food section on the Canadian Food Inspection Agency’s website : http://www.inspection.gc.ca/english/fssa/orgbio/otfgtspbe.shtml 6.2) Federal Government’s regulations on Organic Products(part of Canada Agricultural Products Act) http://canadagazette.gc.ca/partll/2006/20061221-x6/html/extra-e.html 6.3) Organic Production Systems, General Principles and Management Standards AND Permitted Substances List : http://www.pwgsc.gc.ca/cgsb/on_the_net/organic/index-e.html 6.4) Canadian Organic Growers Association : http://www.cog.ca/ ---------------------------
|