top
logo

ประเทศออสเตรีย

ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในออสเตรีย

การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ในออสเตรีย
ออสเตรียเป็นประเทศที่มีอัตราการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์สูงที่สุดในสหภาพ ยุโรป ในปี 2543 มีผู้ผลิตสินค้าเกษตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานแล้ว 19,000 ราย  หรือ 7% ของจำนวนผู้ผลิตสินค้าเกษตรในออสเตรีย พื้นที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์รวม 272,000 เฮคตาร์ อัตราพื้นที่เฉลี่ยของการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ต่อผู้ผลิต 1 ราย มีขนาด 14 เฮคตาร์ พื้นที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ส่วนใหญ่อยู่ในหุบเขา หรือเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ในออสเตรียขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2541 เนื่องมาจากการสนับสนุนของรัฐบาล และจากแรงขับด้านการตลาด
การผลิตหมูด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์เป็นสาขาที่มีการขยายตัวสูงที่สุด (แต่ขนาดการผลิตยังน้อย) สาขาที่มีอัตราการขยายตัวรองลงมา คือ ผัก โดยเฉลี่ยแล้วการขยายตัวของการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ มีอัตรา 10-15% ต่อปี
หน่วย : ตัน

austria11

นโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุนการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์
ตั้งแต่ออสเตรียเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปในปี 2538 ราคาสินค้าโดยเฉลี่ยในออสเตรียลดลงอย่างรวดเร็ว การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์จึงเป็นทางเลือกของความอยู่รอดสำหรับฟาร์มที่มี ขนาดเล็ก เนื่องจากการผลิตด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์มีต้นทุนต่ำ รัฐบาล ออสเตรียเริ่มให้ความสนับสนุนผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ปี 2535 โดยใช้โครงการ ส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการผลิตสินค้าเกษตรของสหภาพยุโรป (EC Regulation 2078/92) เป็นต้นแบบในการจัดทำโครงการ ชื่อ Österreichisches Programm für umweltgerechte Landwirtschaft (Öpul) อัตราการสนับสนุนการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ของ Öpul ในออสเตรียในปี 2543 มีดังนี้

austria22

ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในออสเตรีย
การจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในออสเตรียมีมูลค่า 3,000 ล้านชิลลิ่ง/ปี หรือ 1.8% ของตลาดอาหารในออสเตรีย มีอัตราการขยายตัว 10-15% ต่อปี ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่มีการค้าโดยตรงในตลาดอาหารระหว่างปี 2539-2542 มีดังนี้

austria33

ผักผลไม้อินทรีย์ที่จำหน่ายในออสเตรีย 5% มีใบรับรองมาตรฐาน โดยเป็นการจำหน่ายผักอินทรีย์ 261 ล้านชิลลิ่ง และผลไม้ 170 ล้านชิลลิ่ง

austria44

ราคาจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในออสเตรีย
ราคาสินค้าเกษตรอินทรีย์สูงกว่าสินค้าธรรมดาโดยเฉลี่ย 20-30% ขึ้นอยู่กับสถานที่และช่องทางการจำหน่าย ร้านอาหารธรรมชาติจำหน่ายสินค้าราคาสูงกว่าการจำหน่ายในช่องทางอื่น อาจสูงถึง 30-100%

หน่วย : ชิลลิ่ง

austria55

austria

ช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในออสเตรีย
ซูเปอร์มาเก็ตมีบทบาทสำคัญในการจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในออสเตรีย ซึ่งซูเปอร์มาเก็ตมีส่วนแบ่งตลาด 66% รองลงมา คือ ร้านอาหารธรรมชาติ 22% และจำหน่ายโดยตรง 12%
- การจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้ซูเปอร์มาเก็ต มีสหกรณ์ผู้ผลิต Ernte für das Leben เป็นผู้ดำเนินการตลาด โดยตั้งบริษัท Ökoland รวบรวมสินค้าจัดส่งให้ซูเปอร์ มาเก็ต ซูเปอร์มาเก็ต เช่น Billa/Merkur จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์เครื่องหมายการค้า Ja!natürlich และซูเปอร์มาเก็ตอื่นๆ ที่จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ คือ Adeg, M-Preis, Maximarkt, Spar (จำหน่ายผลิตภัณฑ์นมเครื่องหมายการค้า Natur pur)
- การจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในร้านอาหารธรรมชาติ ร้านอาหารธรรมชาติสร้างความร่วมมือกับสมาคมผู้ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ราย ย่อยที่รวมตัวกันจัดตั้งองค์กร Österreichische Interessensgemeinschaft für biologischen Landbau (ÖIG) ในออสเตรียมีร้านอาหารธรรมชาติ 150 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นกิจการขนาดเล็ก แต่ละรายมีสาขาไม่เกิน  3 แห่ง ยอดขายประมาณ 3 ล้านชิลลิ่งต่อราย ร้านอาหารธรรมชาติรวมตัวกันจัดตั้ง Verein Naturkostläden (VNÖ) มีสมาชิก 33 ราย สั่งซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์จาก ÖIG

แนวโน้มตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภค
- ซูเปอร์มาเก็ตสินค้าเกษตรอินทรีย์โดยเฉพาะ มีแนวโน้มขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซูเปอร์มาเก็ตสินค้าเกษตรอินทรีย์แห่งแรกตั้งที่กรุงเวียนนา ในปี 2542 ใช้พื้นที่ 300 ตรม. เป็นการผสมผสานระหว่างซูเปอร์มาเก็ตแบบดั้งเดิมกับร้านอาหารธรรมชาติ มีสินค้าเกษตรอินทรีย์จำหน่ายควบคู่กับการให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภค
- ศูนย์อาหารขององค์กรต่างๆ ที่พนักงานและลูกจ้างสนใจซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์มากขึ้น
- ผู้บริโภคนิยมบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ในลักษณะสินค้าสดมากกว่าสินค้า สำเร็จรูป และบริโภคสินค้าที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าสินค้าที่ประหยัดเวลา แหล่งผลิตสินค้ามีอิทธิพลต่อการบริโภคค่อนข้างน้อย
- ตลาดมีความอ่อนไหวต่อสินค้าสดค่อนข้างมาก ผู้จำหน่ายสินค้าจึงไม่สนใจจำหน่ายสินค้าสดหรือสินค้าที่เน่าเสียเร็ว เช่น ผักสดหรือผักสลัด แต่จะนิยมจำหน่ายสินค้าที่เก็บได้นาน เช่น แครอท มันฝรั่ง

austria66

ข้อจำกัดด้านการตลาด
-     ข้อจำกัดในการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์เนื่องจากลักษณะอากาศของออสเตรียไม่ เอื้ออำนวย ผู้ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ส่วนใหญ่เป็นรายเล็ก ผลผลิตโดยรวมยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด แต่ผู้ผลิตรายใหญ่ยังมีช่องว่างด้านระยะเวลาในการปรับเปลี่ยนการผลิตและไม่ สามารถผลิตสินค้าที่มีลักษณะเฉพาะตามที่ตลาดต้องการได้ ผัก  ผลไม้ส่วนใหญ่ทั้งที่ผลิตด้วยวิธีธรรมดาและที่ผลิตด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
-     ขนาดตลาด ราคาและความสดของสินค้าเกษตรอินทรีย์ยังเป็นข้อจำกัดในการขยายตลาดสินค้า เกษตรอินทรีย์ในออสเตรีย ทำให้คนออสเตรียนิยมซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ ที่ผลิตในประเทศ
-     ความเชื่อมั่นของสินค้า ขึ้นอยู่กับใบรับรองมาตรฐานที่กำกับไปกับสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่ผู้ผลิตจำหน่ายเอง แม้สินค้าเกษตรอินทรีย์ที่จำหน่ายในซูเปอร์มาเก็ตจะใช้เครื่องหมายการค้าของ ซูเปอร์มาเก็ต แต่ก็ไม่สร้างความเชื่อมั่นเท่าฉลากมาตรฐานเกษตรอินทรีย์
- สินค้าเกษตรอินทรีย์มีจำหน่ายในซูเปอร์มาเก็ตมากขึ้น โดยราคาเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า
การนำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ของออสเตรีย
1. การนำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ของออสเตรียใช้กฎเกณฑ์ของสหภาพยุโรป EG Nr. 1921/95 การนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ต้องมีใบอนุญาตและมีโควตา โดยการนำเข้ากระเทียมจากจีน การนำเข้ามะเขือเทศจากโมรอกโก และการนำเข้าผักผลไม้ แปรรูป ผู้นำเข้าต้องมีใบอนุญาตนำเข้า ส่วนโควตานำเข้า สามารถตรวจสอบรายการสินค้าและโควตาการนำเข้าได้ที่เว้ปไซต์ของ Agrarmarkt Austria (AMA) www.ama.at
2. ผู้ผลิต ผู้ส่งออก ผู้นำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ในออสเตรีย ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานออกใบรับรองมาตรฐานของออสเตรีย เช่น Austria Bio Garantie
3. ออสเตรียนำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปีละ 327 ล้าน ชิลลิ่ง หรือ 30% ของความต้องการสินค้าเกษตรอินทรีย์ในประเทศ ประเทศที่นำเข้า คือ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ออสเตรียนำเข้าส่วนใหญ่เป็นผักผลไม้ แยกเป็นผักอินทรีย์  นำเข้า 169 ล้านชิลลิ่ง และผลไม้อินทรีย์นำเข้า 158 ล้านชิลลิ่ง นอกจากนี้ยังนำเข้าธัญพืช 2,000 ตัน (20% ของความต้องการภายในประเทศ)
4. ผู้นำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ในออสเตรียไม่สนใจผักที่มีอายุการเก็บรักษา สั้น แต่ เมืองร้อน เช่น กล้วย แม้อายุการเก็บรักษาไม่นาน แต่เป็นสินค้าที่ตลาดต้องการสูง ส่วนเบอรี่นอกฤดู เช่น สตรอเบอรี่ และผลไม้เมืองร้อน เช่น มะม่วง มะละกอ ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด ผักผลไม้ที่ออสเตรียนำเข้าจากต่างประเทศมีดังนี้
ปริมาณ : ตัน มูลค่า : ชิลลิ่ง

austria77

5. ผู้นำเข้ารายสำคัญ คือ
- ซูเปอร์มาเก็ต เช่น Spar นำเข้าผักผลไม้อินทรีย์จากสหกรณ์ผู้ผลิต Billa นำเข้าผ่านผู้ค้าส่งสินค้าธรรมดา โดยทำสัญญาระยะยาวกับผู้ผลิตในออสเตรียและในต่างประเทศ
- ผู้นำเข้าสินค้าพิเศษเฉพาะ นำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ส่งให้ร้านอาหารธรรมชาติ ร้านจำหน่ายผักผลไม้โดยเฉพาะ และผู้แปรรูปสินค้ารายเล็ก ส่วนใหญ่นำเข้าผ่านบริษัท  ในเครือในเยอรมนี
6. การแบ่งเกรดสินค้า มี 3 เกรด คือ Extra, I หรือ II ตามกฎหมายการจัดเกรด   คุณภาพสินค้าของออสเตรีย การห้ามใช้สารเคมีในการยืดอายุถผักผลไม้อินทรีย์สดไม่มีผลต่อการจำหน่าย โดยผู้ค้าปลีกบางรายพยายามปรับปรุงหีบห่อสินค้าเพื่อยืดอายุสินค้าด้วยการ บรรจุผักผลไม้อินทรีย์สดในลังกระดาษแข็งแล้วใช้พลาสติกหุ้มทับลังกระดาษแข็ง
7. ราคาสินค้านำเข้า ราคาสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ออสเตรียนำเข้าจากต่างประเทศผันแปรตามประเทศที่ นำเข้า ซึ่งมีราคาสูงกว่าสินค้าธรรมดา 10-30% บางสินค้าราคา   ไม่แตกต่างจากสินค้าธรรมดา

austria88

8. ประเทศที่ออสเตรียนำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ ส่วนใหญ่ออสเตรียนำเข้าจากประเทศทางตอนใต้ของสหภาพยุโรป เนื่องจากไม่มีข้อจำกัดด้านการนำเข้าจากประเทศภายในสหภาพยุโรป และยังนำเข้าจากประเทศในแถบเมดิเตอเรเนียน
9. ช่วงเวลาที่นำเข้าส่วนใหญ่เป็นช่วงฤดูหนาว ยกเว้นมันฝรั่งนำเข้าในฤดูใบไม้ผลิในช่วงเดียวกับที่เก็บเกี่ยวผลผลิต หน่อไม้ฝรั่ง เนื่องจากเป็นของที่รับประทานคู่กัน

austria99

austria00

10. ข้อจำกัดในการนำเข้า รัฐบาลและหน่วยงานด้านการตลาดของออสเตรีย เช่น AMA มีนโยบายส่งเสริมการบริโภคสินค้าออสเตรีย ทำให้ผู้บริโภคออสเตรียเห็นว่า      สินค้าออสเตรียมีความสดและมีความเป็นธรรมชาติมากกว่าสินค้าที่นำเข้า นอกจากนี้      ผู้บริโภคขาดความเชื่อถือในหน่วยงานรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ในต่าง ประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่จะจำหน่ายในออสเตรียต้องติดฉลากรับรอง มาตรฐาน

โอกาสในการขยายตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในออสเตรีย
1.    เจาะตลาดผ่านซูเปอร์มาเก็ต ซึ่งซูเปอร์มาเก็ตจะทำสัญญาสั่งซื้อสินค้าในระยะยาวจากผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง หรือผู้นำเข้า
2.    เจาะตลาดผ่านผู้นำเข้าสินค้าพิเศษเฉพาะ ที่จัดส่งสินค้าให้ร้านอาหารธรรมชาติ แต่ผู้นำเข้าในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่อยู่ในเยอรมนี หรือบริษัทออสเตรียที่ตั้งสาขาในเยอรมนี
3.    ติดฉลาก Fair Trade ซึ่งผู้บริโภคในออสเตรียให้ความสำคัญกับสินค้าที่ติดฉลาก Fair Trade มาก การผลักดันสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้ได้ติดฉลาก Fait Trade จะเป็นโอกาสหนึ่งที่จะขยายตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในออสเตรียได้

แหล่งข้อมูล : กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์

 

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


bottom

Copyright © 2009 Organic Agriculture Association of Thailand (OAT). Joomla! is Free Software released under the GNU/GPL License.