|
ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหราชอาณาจักร
ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหราชอาณาจักรมีมูลค่าปีละ 600-700 ล้านปอนด์ แม้ขนาดของตลาดจะขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ก็ยังมีสัดส่วนเพียง 1% ของตลาดอาหารและเครื่องดื่มในสหราชอาณาจักร ภาคการตลาดที่ให้ความสำคัญกับสินค้าเกษตรอินทรีย์มากที่สุด คือ ตลาดอาหารสำหรับทารก ผักผลไม้ และเนื้อสัตว์ ตลาดผักและผลไม้เกษตรอินทรีย์ในสหราชอาณาจักรมีมูลค่า 165 ล้านปอนด์ในปี 2542 หรือ 40% ของตลาด สินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหราชอาณาจักร
การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหราชอาณาจักร การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหราชอาณาจักรในปี 2543 มีพื้นที่ 472,500 เฮคตาร์ หรือ 2.5% ของพื้นที่เพาะปลูกสินค้าเกษตรทั้งหมด ซึ่งไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด โดย 80% ของพื้นที่ที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ คือ พ้นที่ปลูกหญ้าเกษตรอินทรีย์สำหรับเลี้ยงสัตว์ ที่เหลือปลูกธัญพืช พืชน้ำมัน หัวบีทสำหรับทำน้ำตาล และผักผลไม้ ผักที่ปลูกด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์ คือ มันฝรั่ง มะเขือเทศ แตงกวา กะหล่ำปลี ผลไม้ที่ปลูกด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์ คือ แอปเปิ้ลและแพร์ ผักและผลไม้ที่ปลูกด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์ใน สหราชอาณาจักรจำหน่ายในประเทศทั้งหมด
การสนับสนุนการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร รัฐบาลสหราชอาณาจักรมีโครงการ “Organic Aid” ให้แก่ผู้ที่มีแผนการปรับเปลี่ยนการผลิตสินค้าเกษตรเข้าสู่วิธีเกษตร อินทรีย์ที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิก UK Register of Organic Food Standards (UKROFS) พื้นที่ขั้นต่ำ 1 เฮคตาร์ ไม่เกิน 300 เฮคตาร์ โดยให้เงินช่วยเหลือ 5 ปีแรก เพื่อลดต้นทุนแก่เกษตรกรในการปรับเปลี่ยนการผลิต แม้ไม่มีเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่ราคาสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่สูงกว่าสินค้าธรรมดา 5-50% ก็เพียงพอ ที่จะจูงใจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการผลิตเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์ สินค้าเกษตรอินทรีย์ที่เป็นที่นิยมในสหราชอาณาจักร คือ ผลไม้ ได้แก่ แอปเปิ้ล กล้วย แพร์ สตรอเบอรี่ ราสเบอรี่ ส้ม และผัก ได้แก่ มันฝรั่ง แครอท มะเขือเทศ บร๊อกโคลี่ กะหล่ำปลี ผักกาดและหัวหอม

สินค้าเกษตรอินทรีย์แปรรูป ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์แปรรูปขยายตัวอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตรายใหญ่ คือ Heinz และ Crosse & Brockwell เป็นผู้นำตลาด แต่ทั้งสองบริษัทไม่ใช่ผู้นำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์โดยตรง ผู้นำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร คือ ผู้นำเข้าผลไม้ Soft fruit แช่แข็ง หรือนำเข้าผลไม้อินทรีย์แห้ง เช่น Sultanas แอปริคอต อินทพลัม พรุน ซุป อาหารพร้อมรับประทาน เช่น พิซซ่า แยม เหล้าหวานผสมเครื่องเทศ อาหารเลี้ยงทารก โยเกิร์ต นมและน้ำผลไม้
 ตลาดขายปลีกสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหราชอาณาจักร ตลาดขายปลีกในสหราชอาณาจักรแตกต่างจากตลาดขายปลีกในประเทศอื่น ผู้ที่มีบทบาทในตลาดขายปลีกในสหราชอาณาจักร คือ ซูเปอร์มาเก็ต และผู้ผลิตอาหารกล่อง (แทนที่จะเป็นร้านจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพเหมือนในประเทศอื่น) ซูเปอร์มาเก็ตมีบทบาทในตลาดขายปลีกสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหราชอาณาจักรถึง 70% จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ติดเครื่องหมายการค้าของซูเปอร์มาเก็ต โดยผู้นำเข้าเป็นผู้บรรจุหีบห่อและปิดฉลากสินค้าให้ ผู้นำเข้าจะมีห้องเย็นและอุปกรณ์การขนส่งสินค้าพร้อม ซูเปอร์ มาเก็ตที่มีบทบาทมากสำหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ คือ Tesco และ Sainburys มีส่วนแบ่งตลาดรวมกัน 30% รองลงมา คือ Waitrose, Safeway, ASDA และ Marks & Spencer มีส่วนแบ่งตลาดรวมกัน 20% และร้านค้าต่างๆ ในไอร์แลนด์อีก 20% โดยเฉลี่ยแล้วสินค้าเกษตรอินทรีย์จะมีสัดส่วน 3-12% ของตลาดขายปลีกผักผลไม้ โดย Waitrose สินค้าเกษตรอินทรีย์มีสัดส่วนสูงที่สุด 12% ตลาดค้าปลีกสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหราชอาณาจักรมีการแข่งขันมากขึ้น ผู้ค้าปลีกไม่เพียงให้ความสำคัญต่อลักษณะพิเศษของสินค้าและคุณภาพ แต่ยังให้ความสำคัญถึงการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การบรรจุหีบห่อ การขนส่งและการส่งมอบสินค้า โดยผู้ค้าปลีกแต่ละรายมีข้อเสนอพิเศษที่แตกต่างกันไป เช่น 1. ผู้ค้าปลีกรายเล็กที่มีพื้นที่เก็บสต๊อกสินค้าจำกัด ลดการเก็บสต๊อกสินค้าลง แต่ให้ความสำคัญกับผักผลไม้เกษตรอินทรีย์มากขึ้น เช่น กล้วย แอปเปิ้ล ส้ม แครอท มันฝรั่ง หัวหอม 2. ผู้ค้าปลีกส่วนใหญ่เพิ่มรายการสินค้าเกษตรอินทรีย์ ทั้งที่ผลิตในประเทศและนำเข้า โดยเน้นการตกแต่งชั้นวางสินค้าและฉลากให้ดูโดดเด่น 3. ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ เช่น Waitrose เปลี่ยนสินค้าพื้นฐาน เช่น ถั่วลันเตา (Mange tout) ข้าวโพดฝักอ่อน และถั่ว เป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์ทั้งหมด 4. ร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพและร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์โดยเฉพาะ เช่น ร้าน Planet Organic ในลอนดอนจำหน่ายสินค้า 9,000 กว่ารายการ เป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์ 3,500 รายการ ร้าน Fresh & Wild จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ 500 รายการ และผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและสมุนไพรอีก 3,000 รายการ ร้าน Holland และ Barrett มีสินค้าเกษตรอินทรีย์จำหน่ายในร้านด้วย 5. การจำหน่ายสินค้าทางอินเตอร์เน็ต มีเว้ปไซต์ เช่น Simply Organics และWaitrose Organic Direct 6. อาหารกล่องให้ความสำคัญกับสินค้าเกษตรอินทรีย์มากขึ้น เนื่องจากการที่ ผู้บริโภคตระหนักถึงปัญหาขยะและของเหลือใช้จากอาหารกล่องทำให้ยอดขายอาหาร กล่องลดลง การนำสินค้าเกษตรอินทรีย์มาเป็นจุดขายช่วยให้อุตสาหกรรมอาหารกล่องฟื้นตัว ขึ้น โดยปัจจุบันอาหารกล่องมีส่วนแบ่งในตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ 12-13%
ข้อจำกัดของสินค้าเกษตรอินทรีย์ สินค้าเกษตรอินทรีย์มีราคาสูงเกินไปจนไม่จูงใจให้ตลาดขยายตัวขึ้น ซูเปอร์มาเก็ตชั้นนำอย่าง Tesco และ ASDA พยากรณ์ว่าราคาสินค้าเกษตรอินทรีย์จะลดลง 15-20% ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์จึงจะขยายตัวต่อไปอย่างต่อเนื่อง ประเด็นสำคัญที่จะจูงใจให้มีการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์มากขึ้น คือ 1. ต้นทุนการผลิตต้องลดลง 2. ต้องมีตลาดรองรับจึงจะจูงใจให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสินค้าเกษตรอินทรีย์ 3. การต่อต้านการตัดแต่งพันธุกรรม (GMO) เป็นแรงจูงใจ
การนำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ ผักผลไม้เกษตรอินทรีย์ที่จำหน่ายในสหราชอาณาจักรเป็นสินค้าที่นำเข้าจากต่าง ประเทศ 75-80% โดยผักอินทรีย์ที่นำเข้าจะมีสัดส่วน 75% และผลไม้อินทรีย์ที่นำเข้ามีสัดส่วนถึง 90% ในปี 2543 สหราชอาณาจักรนำเข้าผักผลไม้อินทรีย์จากต่างประเทศ ดังนี้

มะเขือเทศและเชอรี่นำเข้าจากสเปน เกาะคานารี่ เนเธอร์แลนด์ โมร็อกโก ฟัก นำเข้าจาก อิตาลี ถั่ว หน่อไม้ฝรั่ง มันสำปะหลัง มันเทศนำเข้าจากอิสราเอล กล้วยนำเข้าจาก Winward Islands สับปะรดนำเข้าจากโคตดิวัวร์ ปาปัวนิวกินี มะม่วง ส้ม (Oranges, Mandarins, Satsumas, Tangerines) นำเข้าจากโมร็อกโก มะละกอนำเข้าจากแอฟริกาใต้ อเมริกากลาง แคริบเบียน Lemons นำเข้าจากกรีก Limes และ Clementines นำเข้าจากสเปน
ช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหราชอาณาจักร 1. ผู้ค้าส่ง เช่น Mack Multiples เป็นผู้นำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์และรวบรวม สินค้าเกษตรอินทรีย์ในประเทศส่งให้ซูเปอร์มาเก็ต 2. ผู้นำเข้ารายใหญ่นำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ครั้งละปริมาณมากๆ จากสหภาพ ยุโรป สหรัฐฯ อิสราเอล อียิปต์ สินค้าที่นำเข้า เช่น มันฝรั่ง แครอท Brassicas หัวหอม แอปเปิ้ลและแพร์ 3. ผู้นำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์โดยเฉพาะ เช่น Wealmoor, Exotic Farm Produce, Organic Farm Foods of Wales, The Organic Market Company, Community Foods, Suma Wholefoods นำเข้าอาหารสด อาหารแปรรูปและอาหารกล่อง ส่งให้ซูเปอร์มาเก็ต ร้านอาหารเพื่อสุขภาพและซูเปอร์มาเก็ตที่จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์โดย เฉพาะ
ราคาสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหราชอาณาจักร ราคาผักเกษตรอินทรีย์สูงกว่าผักธรรมดา 20-100% ราคาผลไม้อินทรีย์สูงกว่า ผลไม้ธรรมดา 5-40% แต่สินค้าเกษตรอินทรีย์บางรายการราคาไม่สูงมาก เช่น แครอทที่มีปริมาณเกินความต้องการของตลาด และผู้ค้าปลีกบางรายลดราคาสินค้าเกษตรอินทรีย์ลงเพื่อให้ผู้บริโภคได้มี โอกาสรับประทานสินค้าเกษตรอินทรีย์อย่างทั่วถึง หน่วย : ปอนด์

หน่วย : ปอนด์

โอกาสในการเข้าตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหราชอาณาจักร 1. ผลิตสินค้าตามความต้องการของผู้ค้าปลีก เช่น ขนาด รูปทรง สี ผิวไม่มีจุดด่าง ปริมาณส่งมอบสม่ำเสมอ ราคาแข่งขันได้ และมีมาตรฐานขั้นต่ำตามที่สหภาพยุโรปกำหนด 2. สร้างความสัมพันธ์กับผู้นำเข้าผักผลไม้สดในสหภาพยุโรป โดยเฉพาะรายที่สามารถเข้าถึงซูเปอร์มาเก็ตได้ 3. มีใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ตามที่กำหนดโดยสหภาพยุโรป หรือ IFOAM 4. เลือกสินค้าสำหรับตลาดเฉพาะ และศึกษาดูว่ามีผู้ส่งสินค้ารายอื่นในตลาดหรือยัง จะเข้ารวมกลุ่มเป็นผู้จัดส่งสินค้านั้นในตลาดด้วยได้หรือไม่ สร้างโอกาสด้วยการปรับปรุงคุณภาพ มาตรฐานและการส่งมอบ 5. จัดหางบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการปรับปรุงการผลิตและการขยายตลาด โดยประมาณการสำหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่มีราคาเพิ่มในระดับปานกลางก่อน เช่น 5-20% แทนที่จะตั้งเป้าหมายราคาเพิ่มในระดับสูงมากจนผู้บริโภคไม่สนใจ
แหล่งข้อมูล : กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์

|